Menu
หน้าหลัก
ที่มาของโครงการ
วัตถุประสงค์
แนวทางในการดำเนินงาน
แนวทางในการเผยแพร่
คณะทำงาน
ที่มาของโครงการ
ในสภาพสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคม หรือ สิ่งแวดล้อมก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยกระทบกับผู้คนทุกกลุ่มในประเทศ ทั้งในด้านสภาพจิตใจ สถาบันครอบครัว สังคมและชุมชน อีกทั้งยังส่งผลต่อระดับองค์กรและปัจเจกบุคคลอีกด้วย

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ จึงมีแนวคิดในการดำเนินการเพื่อสำรวจสภาวะการเปลี่ยนแปลง แนวโน้มเหตุการณ์ รวมทั้งผลของการเปลี่ยนแปลงซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมในภาพรวม ทั้งผลกระทบที่เห็นได้ในปัจจุบัน (direct effect) ผลกระทบทางอ้อม (indirect effect) และผลที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคต (long-term effect) สำหรับใช้เป็นแนวทางสร้างฐานความรู้และความเข้าใจในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจ การค้า การแพทย์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การศึกษา และรวมไปถึงเรื่องทางสังคมและวัฒนธรรม เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงาน องค์กร บุคลากร ที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีปรัชญาในการดำเนินงานเพื่อรับใช้สังคมและต้องการเป็นผู้นำในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ เศรษฐกิจ การค้า การแพทย์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การศึกษา และรวมไปถึงเรื่องทางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลกลุ่มต่างๆ ที่จะนำข้อมูลที่ทันสมัยไปใช้เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และหาแนวทางในการวางแผนร่วมมือในการแก้ปัญหาต่างๆ ดังนั้นมหาวิทยาลัยฯ จึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อการเก็บข้อมูลสำหรับทำ “การสำรวจความเห็นกึ่งงานสำรวจเชิงวิจัยขึ้น” เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามประเด็นที่ศึกษา พร้อมกับเสนอข้อคิดเห็นหรือทางเลือกจากผู้มีความรู้ความชำนาญ นักวิชาการ หรือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ศึกษา และเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณชนต่อไป
Downloads
ผลการสำรวจทัศนคติต่อเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ผลการสำรวจทัศนคติของผู้เล่นเกมต่อเรื่องการจัดเรตติ้งเกมของภาครัฐ
Success Story
ผลการสำรวจทัศนคติของผู้เล่นเกมต่อเรื่องการจัดเรตติ้งเกมของภาครัฐ เก็บข้อมูลจากผู้เล่นเกม 1200 คน
จากการสำรวจถึงเรื่องของอาชีพของผู้เล่นเกมออนไลน์ พบว่า ผู้ที่มีอาชีพ นักเรียน นิสิต นักศึกษา นั้นเป็นผู้ที่นิยมเล่นเกมออนไลน์เป็นอันดับแรก ซึ่งมีจำนวนถึงร้อยละ 84.3 ส่วนอาชีพอื่นๆ ที่นิยมเล่นเกมออนไลน์นั้น ได้แก่ พนักงานบริษัทหรือองค์กร ประกอบกิจการส่วนตัว กลุ่มคนที่ไม่ได้ทำงาน รับราชการหรือพนักงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ อื่นๆ ซึ่งมีจำนวนร้อยละอยู่ที่ 6.9, 4.7, 1.6, 1.1, 1.0 และ 0.3 ตามลำดับ
Special Offers Latest News Business Tips














Copyright © HCU Focus